วันเสาร์ที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2552

เจ้าสัวหักปีกหงส์ 9 ตัว 3-1, เชลซี 4-0 นำต่อ

ฟูแลม เปิดรังยัดเยียดความปราชัยแบบหมดรูปให้กับ ลิเวอร์พูล 3-1 โดยที่ ฟิลิปป์ เดเกน กับ เจมี คาร์ราเกอร์ สองแนวรับทีมเยือนถูกตะเพิดออกจากสนาม ขณะที่ เชลซี โชว์ความเหนือชั้นบุกถล่ม โบลตัน วันเดอเรอร์ส ขาดลอย 4-0

ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันเสาร์ที่ 31 ตุลาคม พ.ศ.2552
ฟูแลม 3-1 ลิเวอร์พูล



เอริค เนฟแลนด์ เกี่ยวลูกไขว้หลังให้ ฟูแลม ขึ้นนำ 2-1


ที่สนามคราเวน ค็อทเทจ ฟูแลม ลงเล่นในถิ่นตัวเองรับมือ ลิเวอร์พูล นัดนี้เจ้าบ้านปราศจาก คากิโช ดิคกาคอย ดาวเตะแอฟริกาใต้ที่ติดโทษแบน แต่ยังมี เดเมียน ดัฟฟ์ เป็นตัวทำเกมริมเส้นคอยป้อนให้ บ็อบบี ซาโมรา กับ ดิโอมองซี กามารา เข้าล่าตาข่าย ส่วนอาคันตุกะไม่ใส่ชื่อ ดาเนียล แอกเกอร์ กับ มาร์ติน สเคอร์เทล สองกองหลังตัวเก่งแม้กระทั่งตัวสำรอง โดยวาง เจมี คาร์ราเกอร์ คู่กับ โซติริส คีร์เกียกอส พร้อมทั้งจัด เฟร์นานโด ตอร์เรส และ อังเดร โวโรนิน เป็นคู่หัวหอก



ตอร์เรส (ขวา) ช่วยหงส์แดงไม่ไหว


เปิดฉากมาในช่วงแรกทั้งคู่ยังไม่มีโอกาสทำเกมรุกเข้าไปส่องประตูกันเท่าที่ควร ถึงนาทีที่ 16 ยอสซี เบนายูน มีจังหวะยิงฟรีคิก แต่ก็ส่งบอลไปติดกำแพงออกข้าง กระทั่งนาทีที่ 22 “หงส์แดง” ได้ลุ้นใกล้เคียงกับการขยับสกอร์นำก่อน เมื่อ ฟิลิปป์ เดเกน วางบอลขวางจากขวาไปให้ เบนายูน จับบอลลงในเขตโทษด้านซ้ายแล้วหวดเต็มข้อ ลูกพุ่งแสกหน้า มาร์ค ชวาร์เซอร์ ไปกระแทกคานอย่างจัง

ถัดมา 2 นาทีกลับเป็น “เจ้าสัวน้อย” ที่เรียกเสียงเฮจากกองเชียร์ได้จากการใส่สกอร์นำ 1-0 โดย เดเมียน ดัฟฟ์ ตวัดเรียดเข้ามาหน้าประตู ซาโมรา โฉบตัดหลัง คีร์เกียกอส โดยไม่ล้ำหน้าก่อนแปจ่อๆ ผ่านมือ โฆเซ เรนา ตุงตาข่าย จากนั้น ลิเวอร์พูล ก็ดาหน้าขึงเกมรุกเข้าใส่อย่างต่อเนื่องแต่ก็ยังทลายกำแพงแนวรับ ฟูแลม ไม่สำเร็จจนถึงนาทีที่ 42 ก็สามารถทะลวงตาข่ายได้ เมื่อ ตอร์เรส เก็บตกจากจังหวะที่ อารอน ฮิวจ์ส พักบอลหน้าเขตโทษไม่ดีแล้วตะบันเต็มเท้าขวาแบบไม่จับผ่านมือ ชวาร์เซอร์ เสียบเสาแรกอย่างคมกริบ ทำให้จบครึ่งแรกด้วยการเสมอกัน 1-1

เข้าสู่ครึ่งหลัง เจ้าสัวน้อยเปลี่ยนตัว 2 คนโดยส่ง โซลตาน เกรา กับ เอริค เนฟแลนด์ ลงมาเล่นแทน ดัฟฟ์ กับ กามารา ก่อนที่ เกรา จะสร้างโอกาสลุ้นพังประตูได้ในนาทีที่ 60 โดยเกี่ยวบอลจากลูกเปิดของ พอล คอนเชสกี แล้วเอี้ยวตัวยิงผ่านบล็อกของ เอมิเลียโน อินซัว แต่ไปเข้าซองของ เรนา นาทีเดียวต่อมา ซาโมรา วิ่งตีคู่กับ คาร์ราเกอร์ เข้าเขตโทษก่อนถูกเบียดล้มลงไป ทว่าผู้ตัดสิน ลี เมสัน ไม่เป่าเป็นจุดโทษปล่อยให้เล่นต่อไป

ล่วงมาถึงนาทีที่ 73 ฟูแลม ช็อกสาวกทีมเยือนอีกครั้งด้วยการกลับมานำ 2-1 จากจังหวะที่ เดิร์ก เคาท์ ล้มตัวกวาดบอลไม่ให้ออกข้างแล้วถูก คอนเชสกี ฉกไปเปิดจากเส้นหลังด้านซ้าย เรนา ชกบอลไม่ดีเข้าทาง เกรา โหม่งกลับมาหน้าประตูให้ เนฟแลนด์ ไขว้หลังส่งลูกเข้าสู่ก้นตาข่ายอย่างเหนือชั้น 3 นาทีต่อมา เจ้าบ้านหวิดบวกเพิ่มอีกเม็ด เมื่อ ซาโมรา เก็บตกยิงจากลูกที่กองหลังหงส์แดงเคลียร์ไม่ขาด ทว่าก็หวดเหินข้ามคานออกไป

สถานการณ์ของ ลิเวอร์พูล เลวร้ายลงไปอีกในนาทีที่ 79 หลังจาก เดเกน โดนไล่ออกจากการไปเสียบใส่ คลินท์ เดมพ์ซีย์ ทางด้านหลังในจังหวะที่ออกบอลไปแล้ว ก่อนที่ คาร์ราเกอร์ จะรับใบแดงอีกใบในช่วงเวลาห่างกันเพียง 3 นาที หลังทำโปรเฟสชันแนลฟาวล์ใส่ ซาโมรา ที่กำลังหลุดเดี่ยวเข้าเขตโทษ จากนั้นนาทีที่ 85 ซาโมรา ส่งลูกหนังเข้าไปตุงตาข่ายได้อีกครั้งแต่ไม่ได้ประตู เนื่องจากยืนอยู่ในตำแหน่งล้ำหน้าก่อนรับบอล

ให้หลัง2 นาที ฟูแลม มาปิดบัญชีคว้าชัยอย่างเด็ดขาด 3-1 โดย คลินท์ เดมพ์ซีย์ รับบอลจ่ายจาก เนฟแลนด์ เข้าไปล่อเป้าผ่าน เรนา ไม่เหลือซาก ก่อนเก็บเพิ่มเป็น 14 คะแนน ดีดตัวขึ้นมาอยู่อันดับ 11 ของตาราง ส่วน ลิเวอร์พูล ยังคงมี 18 แต้มเท่าเดิม รั้งอันดับ 5 ต่อไป

รายชื่อ 11 คนแรกของทั้งสองทีม
ฟูแลม – มาร์ค ชวาร์เซอร์, จอห์น พันท์ซิล, อารอน ฮิวจ์ส, เบรเด ฮานเกแลนด์, พอล คอนเชสกี, คลินท์ เดมพ์ซีย์, โจนาธาน กรีนนิง, คริส แบร์ด, เดเมียน ดัฟฟ์, ดิโอมองซี กามารา, บ็อบบี ซาโมรา

ลิเวอร์พูล – โฆเซ เรนา, ฟิลิปป์ เดเกน, เจมี คาร์ราเกอร์, โซติริส คีร์เกียกอส, เอมิเลียโน อินซัว, เดิร์ก เคาท์, ฮาเวียร์ มาสเชราโน, ลูคัส เลวา, ยอสซี เบนายูน, อังเดร โวโรนิน, เฟร์นานโด ตอร์เรส

ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ
อาร์เซนอล ชนะ ท็อตแนม ฮอตสเปอร์ 3-0 (โรบิน ฟาน เพอร์ซี 1-0 นาที 42), (เชส ฟาเบรกาส 2-0 นาที 43), (โรบิน ฟาน เพอร์ซี 3-0 นาที 60)

โบลตัน วันเดอเรอร์ส แพ้ เชลซี 0-4 (แฟรงค์ แลมพาร์ด 0-1 จุดโทษ นาที 45), (เดโก 0-2 นาที 61), (แซท ไนท์ 0-3 ทำเข้าประตูตัวเอง นาที 83), (ดิดิเยร์ ดร็อกบา 0-4 นาที 90)

เบิร์นลีย์ ชนะ ฮัลล์ ซิตี 2-0 (เกรแฮม อเล็กซานเดอร์ 1-0 จุดโทษ นาที 20), (เกรแฮม อเล็กซานเดอร์ 2-0 นาที 77)

เอฟเวอร์ตัน เสมอ แอสตัน วิลลา 1-1 (ดินิยาร์ บิลยาเลทดินอฟ 1-0 นาที 45), (ยอห์น คาริว 1-1 นาที 46)

ฟูแลม ชนะ ลิเวอร์พูล 3-1 (บ็อบบี ซาโมรา 1-0 นาที 24), (เฟร์นานโด ตอร์เรส 1-1 นาที 42), (เอริค เนฟแลนด์ 2-1 นาที 73), (คลินท์ เดมพ์ซีย์ 3-1 นาที 87)

ปอร์ทสมัธ ชนะ วีแกน แอธเลติก 4-0 (อารูนา ดินดาน 1-0 นาที 35), (เฟรเดริก ปิกิยอนน์ 2-0 นาที 45), (อารูนา ดินดาน 3-0 นาที 65), (อารูนา ดินดาน 4-0 จุดโทษ นาที 90)

สโต๊ค ซิตี เสมอ วูล์ฟแฮมป์ตัน 2-2 (จอร์จ เอโลโคบี 1-0 ทำเข้าประตูตัวเอง นาที 17), (แม็ทธิว เอเธอริงตัน 2-0 นาที 44), (โจดี แคร็ดด็อก 2-1 นาที 47), (โจดี แคร็ดด็อก 2-2 นาที 64)

ซันเดอร์แลนด์ เสมอ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด 2-2 (กิเยร์โม ฟรังโก 0-1 นาที 30), (คาร์ลตัน โคล 0-2 นาที 36), (แอนดี รีด 1-2 นาที 39), (คีแรน ริชาร์ดสัน 2-2 นาที 76)

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ชนะ แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส 2-0 (ดิมิทาร์ เบอร์บาตอฟ 1-0 นาที 55), (เวย์น รูนีย์ 2-0 นาที 87)

ข่าวโดย ผู้จัดการออนไลน์

วันพุธที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2552

“อาควิลานี” จ่อประเดิมหงส์บู๊ปืน

ราฟาเอล เบนิเตซ ผู้จัดการทีม ลิเวอร์พูล เปิดเผยว่า อัลแบร์โต อาควิลานี มิดฟิลด์อิตาเลียน น่าจะลงสนามให้ทีมชุดใหญ่ได้เป็นครั้งแรกในเกมที่ “หงส์แดง” จะพบกับ อาร์เซนอล ในศึกคาร์ลิงคัพ วันพุธนี้

อาควิลานี ยังไม่มีโอกาสลงสนามให้ ลิเวอร์พูล ในทีมชุดใหญ่ นับแต่ย้ายจาก โรมา มาด้วยค่าตัว 20 ล้านปอนด์ (ประมาณ 1.1 พันล้านบาท) เมื่อช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา เนื่องจากต้องฟื้นฟูสภาพร่างกายจากการผ่าตัดรักษาอาการเจ็บข้อเท้า

โดยเมื่อสัปดาห์ก่อน มิดฟิลด์วัย 25 ปี ได้ลงสนามให้ทีมสำรองของ “หงส์แดง” ในช่วง 15 นาทีสุดท้าย ซึ่งแสดงให้เห็นว่าอาจต้องใช้เวลาอีกเล็กน้อยเพื่อเรียกความฟิต

แต่ล่าสุด ราฟาเอล เบนิเตซ เปิดเผยว่า อาควิลานี จะเดินทางไปยังสนามเอมิเรตส์ สเตเดียม กับนักเตะคนอื่นของทีมด้วยและมีโอกาสที่จะถูกใส่ชื่อในฐานะตัวสำรอง หลังจากฝึกซ้อมเป็นไปด้วยดีในสัปดาห์ที่ผ่านมา

“เขายังไม่สามารถลงเล่นเป็นตัวจริงได้ในตอนนี้ แต่เขาจะเดินทางไปที่นั้นด้วย และบางทีเราอาจจะส่งเขาลงสนามในช่วงท้ายๆ หากเป็นไปได้ เราจะส่งเขาลงไปแน่นอน” กุนซือชาวสเปนกล่าว
ข่าวโดย ผู้จัดการออนไลน์

หงส์สนคว้า "วลาดิเมียร์ โคมัน" มิดฟิลด์ฮังกาเรี่ยนของลาซามพ์

ลิเวอร์พูล ทีมดังประจำเวที พรีเมียร์ชิป อังกฤษ ตกเป็นข่าวสนใจคว้า วลาดิเมียร์ โคมัน กองกลางเลือดฮังกาเรี่ยน ของ ซามพ์โดเรีย แห่งศึก กัลโช เซเรีย อา อิตาลี

โคมัน ปัจจุบันยืมตัวอยู่กับ บารี อย่างไรก็ตาม นักเตะวัย 20 ปี มีสัญญากับ ซามพ์โดเรีย จนถึงปี 2112 และกำลังได้รับความสนใจจากหลายทีมในเวทียุโรปรวมถึง ลิเวอร์พูล

คาดว่า ลิเวอร์พูล จะดึงตัว โคมัน มาเสริมทัพในช่วงตลาดซื้อ-ขายนักเตะรอบสองเปิดทำการในเดือนมกราคมนี้ โดยนักเตะที่คว้าเหรียญทองแดงในศึกฟุตบอลโลกรุ่นยู 20 ปี หลังยิง 5 ประตูจาก 6 นัด จะมีค่าตัวราว 4 ล้านปอนด์ (ประมาณ 220 ล้านบาท)

โคมัน เซ็นสัญญาร่วมทัพ ซามพ์โดเรีย ในปี 2006 ก่อนถูกปล่อยให้ อเวลลิโน และ บารี ยืมตัวใช้งาน ติดทีมชาติฮังการี มาแล้วทุกชุด โดยคาดว่าจะขึ้นชุดใหญ่ในไม่ช้านี้
ข่าวโดย ผู้จัดการออนไลน์

“อาควิลานี” ประทับใจหงส์จิกผีคาแอนฟิลด์

อัลแบร์โต อาควิลานี มิดฟิลด์อิตาเลียนของ ลิเวอร์พูล เปิดเผยว่า ประทับใจต่อบรรยายกาศภายในสนามแอนฟิลด์หลังได้เข้ามาชมเกมในนัดที่ “หงส์แดง” ชนะ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 2-0 ในศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา พร้อมกล่าวอีกว่ากำลังเฝ้ารออย่างใจจดใจจ่อที่จะลงสนามให้ทีมชุดใหญ่เป็นครั้งแรก ซึ่งคาดว่าจะเป็นศึกคาร์ลิง คัพ กับ อาร์เซนอล ในวันพุธนี้

อาควิลานี ย้ายจาก โรมา มาค้าแข้งยังถิ่นแอนฟิลด์เมื่อช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา และยังไม่มีโอกาสลงสนามให้ทีมชุดใหญ่ของ ลิเวอร์พูล เนื่องจากต้องพักฟื้นร่างกายจากการผ่าตัดรักษาอาการเจ็บข้อเท้า

เมื่อสัปดาห์ก่อนมิดฟิลด์วัย 25 ปี ได้โอกาสลงเคาะสนิทในเกมสำรองของ “หงส์แดง” และตลอดสัปดาห์หลังจากนั้นก็ไม่มีปัญหาใดๆระหว่างการฝึกซ้อมทำให้ ราฟาเอล เบนิเตซ ผู้จัดการทีมแย้มว่าจะส่งลูกทีมรายนี้ลงประเดิมให้ทีมชุดใหญ่เป็นนัดแรกในศึกคาร์ลิง คัพ ที่จะบุกไปเยือน อาร์เซนอล วันพุธนี้

โดย อาควิลานี กล่าวถึงโอกาสจะได้ลงประเดิมสนามในทีมชุดใหญ่ให้ลิเวอร์พูล ว่า “การลงเล่นในเกมสำรองเป็นสิ่งที่เยี่ยมมาก เพราะผมไม่ได้ลงสนามมาเป็นเวลานาน แต่กับการเล่นให้ทีมชุดใหญ่เป็นสิ่งที่ต่างออกไปและผมก็ตั้งตารอที่จะถูกส่งลงสนาม ผมรู้ว่าเวลาของผมมาถึงแล้ว มันจะทำให้ผมมีความสุขกับการลงประเดิมเกมแรก นี่เป็นงานของผมซึ่งทำให้ผมย้ายมาที่นี่และผมเฝ้ารอคอยมันอย่างใจจดใจจ่อ”

ขณะที่ ลิเวอร์พูล ประสบกับความพ่ายแพ้ 4 นัดติดต่อกัน ก่อนจะหยุดสถิติอันเลวร้ายลงด้วยการเอาชนะ แมนฯ ยูไนเต็ด 2-0 ที่สนามแอนฟิลด์ ในเกมพรีเมียร์ลีก เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่าน โดยชัยชนะดังกล่าวก็ทำให้มิดฟิลด์ทีมชาติอิตาลีรู้สึกประทับอย่างมาก

“การเข้ามาชมเกมในสนามเมื่อวันอาทิตย์เป็นสิ่งที่เหลือเชื่อมาก มันเป็นเกมที่ดีที่สุดเท่าที่ผมเคยดูมา ผมไม่ค่อยมีโอกาสดูเกมในสนามมากนักหากไม่ได้ลงเล่น แต่สำหรับเกมวันอาทิตย์ทำให้ผมสนุกมาก” อควิลานี กล่าว “เมื่อสมัยที่ผมอยู่ โรมา แม้สนามโอลิมปิก สเตเดียมจะใหญ่กว่า แต่บรรยากาศไม่ได้เท่ากับที่แอนฟิลด์เลย เพราะแฟนบอลที่นี่ได้นั่งชิดติดขอบสนาม คุณสามารถรู้สึกได้เลยถึงบรรยากาศที่ดีกว่า”

“มันสำคัญมากกับการที่เราเอาชนะแมนฯ ยูไนเต็ดได้และหวังว่าชัยชนะนัดนี้ จะทำให้เรามีความมั่นใจมากขึ้น” มิดฟิลด์วัย 25 ปีกล่าวปิดท้าย
ข่าวโดย ผู้จัดการออนไลน์

ราฟาปัดเร่ง “เจอร์ราร์ด” คืนสนามเร็วจนเจ็บซ้ำ

ราฟาเอล เบนิเตซ ผู้จัดการทีมลิเวอร์พูล ยืนยันไม่ได้เร่งเร้าให้ สตีเวน เจอร์ราร์ด ที่เพิ่งหายเจ็บกลับมาลงสนามในเกมยูฟา แชมเปียนส์ ลีกที่ทีมพ่ายต่อ โอลิมปิก ลียง จนทำให้กัปตันทีมคนเก่งบาดเจ็บซ้ำอีกครั้ง

เมื่อวันอังคารที่ 20 ตุลาคม มีการแข่งขันฟุตบอลยูฟา แชมเปียนส์ลีก รอบแบ่งกลุ่ม ในกลุ่มอี ลิเวอร์พูล เปิดสนามแอนฟิลด์ พ่ายต่อ ลียง 1-2 แม้ทีมเป็นฝ่ายออกนำก่อนในครึ่งแรกจาก ยอสซี เบนายูน แต่ช่วง 20 นาทีสุดท้ายของเกมถูกทีมเยือนซัด 2 ประตูรวดจาก มักซิม โกนาลองส์ และ เซซาร์ เดลกาโด แซงเอาชนะไป



สำหรับเกมนี้ เจอร์ราร์ด ซึ่งเพิ่งหายเจ็บโคนขาหนีบกลับมาลงสนามด้วย แต่เล่นเพียง 23 นาทีก็ไม่ไหวจนถูกเปลี่ยนตัวออก ซึ่ง เบนิเตซ ยืนยันว่าตนไม่ได้เร่งให้ลูกทีมคนเก่งลงทำศึกเร็วเกินไป

“การส่งเจอร์ราร์ดลงสนามไม่ใช่เรื่องเสี่ยง แต่เขาต้องการเล่นและ 2 วันที่ผ่านมาการฝึกซ้อมเป็นปกติดี หมอก็อนุญาตแล้วด้วย อาการบาดเจ็บที่เกิดขึ้นซ้ำเป็นความโชคร้าย เขารู้สึกผิดปกติที่โคนขาซึ่งมันอาจหนักดังนั้นเราจึงต้องเปลี่ยนตัวเขาออกมา” กุนซือวัย 49 ปีกล่าว

นอกจากนี้ เบนิเตซยอมรับว่า ลิเวอร์พูลจำเป็นต้องต่อสู้อย่างหนักในอีก 3 นัดที่เหลือของศึกยูฟา แชมเปียนส์ ลีกเพื่อโอกาสในการผ่านเข้าสู่รอบน๊อกเอาท์ต่อ “มันยากมากขึ้นในการผ่านเข้ารอบ แต่เราเคยทำสำเร็จมาก่อนด้วยการชนะ 3 เกมติดต่อกัน ดังนั้นเราต้องทำแบบนั้นให้ได้อีก”

โดย ผู้จัดการออนไลน์